รู้หรือไม่ 2 รายการแข่งขันยอดนิยมตลอดกาลของมอเตอร์สปอร์ตมีอะไรบ้าง

หลายคนคงทราบกันดีว่ามอเตอร์สปอร์ต (Motorsport) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและบริหารจัดการของสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศ (Federation of International Motorcycling) หรือ ที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า FIM นั้น เป็นหนึ่งในการจัดการแข่งขันที่ได้มีการรวบรวมเอาการประลองความเร็วของยานพาหนะที่มีการใช้เครื่องยนต์หลากหลายประเภทเข้าไว้ด้วยกันมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรายการแข่งขันความเร็วของเครื่องบิน อย่าง “Air Race” หรือจะเป็นการฟาดฟันเอาชนะกันในเรื่องของความเร็วเครื่องยนต์ของเรืออย่าง “F4 Powerboat” และอีก 2 ประเภทรายการแข่งขันยอดนิยมของมอเตอร์สปอร์ตที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือการจัดการแข่งขันกีฬาแข่งรถทั้งประเภทรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ เราไปดูกันดีกว่าว่าเหตุใดทั้ง 2 รายการแข่งขันของมอเตอร์สปอร์ตนี้จึงได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล

เริ่มกันที่รายการกีฬาแข่งรถประเภทรถยนต์ ซึ่งหากใครที่ยังไม่ทราบ ก็ขอให้รู้เอาไว้ตรงนี้เลยว่ารายการกีฬาแข่งขันรถยนต์ของมอเตอร์สปอร์ตนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทการแข่งขันหลัก ๆ คือ การแข่งขันประเภทรถล้อปิด (Enclosed Wheel Racing) อย่างรถยนต์พื้นฐานทั่ว ๆ ไปที่ขายอยู่ตามท้องตลาด ซึ่งได้ถูกนำมาผ่านการดัดแปลงให้พร้อมสำหรับใช้ในสนามแข่ง ที่เรียกกันว่ารถยนต์ทัวร์ริ่ง (Touring Car) ไปจนถึงการนำเอารถยนต์ประเภทรถสปอร์ต (Sport Car) ที่มีดีกรีดีเป็นระดับรถหรูซุปเปอร์คาร์มาเข้าร่วมการแข่งขัน เป็นต้น

และอีกหนึ่งประเภทการแข่งขัน ก็คือการแข่งประเภทรถล้อเปิด (Open Wheel Racing) อย่างการแข่งขันรถโกคาร์ท (Go-Karts) หรือการแข่งขันของรถแข่งระดับไฮคลาสอย่างรถฟอมูล่าวัน (Formula One) ซึ่งนับเป็นการแข่งขันที่ใช้ความเร็วและแรงที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามเสน่ห์อย่างหนึ่งซึ่งทำให้กีฬาแข่งรถยนต์เป็นที่นิยมก็คงจะหนีไม่พ้นความสวยงามโฉบเฉี่ยวของตัวถังรถยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันซึ่งเป็นที่สะดุดตาสะดุดใจของผู้ชมกองเชียร์ โดยอาจถือได้ว่ารูปแบบและสไตล์การตกแต่งรถของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนในสนามแข่งนั้น นับเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสามารถช่วยเรียกความนิยมสูงสุดจากผู้ชมตลอดมา

ต่อมาเป็นรายการแข่งรถประเภทมอเตอร์ไซค์ ซึ่งสำหรับรายการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ก็สามารถแบ่งแยกย่อยออกไปได้หลากหลายรายการเช่นเดียวกันกับการแข่งขันรถยนต์ แต่หลัก ๆ ก็คือการแบ่งตามบริบทของสนามที่ใช้ในการแข่งขัน ซึ่งประกอบไปด้วยสนามทางเรียบ และสนามทางวิบาก ซึ่งในส่วนของสนามทางเรียบนั้นเราท่านก็อาจจะเคยเห็นผ่านตากันมาบ่อย ๆ แล้ว ดังนั้นบทความนี้จะเล่าให้ฟังเฉพาะในส่วนของทางวิบาก ซึ่งก็สามารถแบ่งเป็นสนามย่อย ๆ ได้อีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันขับรถมอเตอร์ไซค์ในสนาม ที่การขับขี่ค่อนข้างลำบากอย่างทางลูกรัง ทางหินกรวด ทางในพื้นที่ทะเลทราย ทางตามหุบเขาและหน้าผาที่ค่อนข้างมีความสูงชัน เป็นต้น หรือจะเป็นการขับขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านเครื่องกีดขวาง หรือเนินเขาต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยความสามารถในการทรงตัวของนักแข่ง ตลอดจนต้องอาศัยประสบการณ์ของทีมวิศวกรและช่างเทคนิคประจำรถแต่ละคันที่ใช้เข้าแข่งขัน ที่จะต้องออกแบบตัวรถให้ออกมามีน้ำหนักที่เบาและง่ายต่อการทรงตัวและการควบคุมให้มากที่สุด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวนักแข่งนั่นเอง และแน่นอนว่ามนต์เสน่ห์ของการแข่งขันประเภทนี้ก็คือความตื่นเต้นเร้าใจที่ได้จากการรับชมและเชียร์นักแข่งที่ชื่นชอบนั่นเอง

แม้จะมีการแข่งขันความเร็วให้เลือกชมได้มากมาย สิ่งหนึ่งที่ทุกรายการแข่งขันมีเหมือนกันคือ “การวางเดิมพัน” ในที่นี้หมายถึงการวางเดิมพันชีวิตของนักแข่งเอง ที่ต้องลงไปทำการแข่งขันบนความเร็วที่เรียกได้ว่าท้ายนรกได้ทุกวินาที หากเกิดความผิดพลาดขึ้นย่อมหมายถึงบาดเจ็บสาหัส รถพังยับเยิน หรือหนักสุดคือการสูญเสียชีวิตของนักแข่ง และอย่างที่สองคือการเดิมพันของเหล่าแฟน ๆ ผ่านเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ ที่เลือกเล่นได้ตลอดทั้งการแข่งขัน ในส่วนนี้หากเกิดความผิดพลาดขึ้นก็อาจจะแค่หงุดหงิดใจนิดหน่อย ไม่ถึงกับต้องเสียชีวิตไป แต่ก็ปิดประตูเสี่ยงนี้ได้ง่าย ๆ ผ่านข้อมูลต่าง ๆ ที่เว็บไซต์คาสิโนมักจะนำมาอัพเดตเสมอ

หากจะสังเกตให้ดีท่านผู้อ่านจะเห็นว่าประเภทการแข่งขันทั้ง 2 รายการยอดฮิตของมอเตอร์สปอร์ตนั้น เป็นประเภทยานพาหนะที่ถูกใช้กันในชีวิตประจำวันมากที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่คุณผู้ชมทั้งหลายจะให้ความนิยมชมชอบรายการแข่งขันดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่าบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้บนท้องถนนในชีวิตจริง หรือต่อให้ทำได้ก็อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งต่อตนเองและผู้อื่น อย่างเช่นการขับรถเร็วเท่าที่ใจอยากนั้น กลับสามารถทำได้อย่างปลอดภัยมากกว่าในสนามแข่งนั่นเอง

ประเทศไทยกับสนามแข่งรถมาตรฐาน ที่ผู้ชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ตไม่ควรพลาด

เชื่อเหลือเกินว่าหากใครก็ตามที่เป็นแฟนตัวยงของวงการมอเตอร์สปอร์ต จะต้องได้เคยติดตามชมการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นผ่านทางหน้าจอทีวี ผ่านเว็บไซต์คาสิโนต่าง ๆ ซึ่งถ่ายทอดสดออกอากาศให้ชมกัน หรือจะเป็นการเดินทางไปชมไปเชียร์กันติดขอบสนามกันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย แล้วยิ่งหากใครพอจะมีกำลังทรัพย์มากพอสมควรแล้วล่ะก็ อาจจะต้องเคยมีโอกาสเดินทางไปชมการแข่งขันรถแข่งกันในสนามต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลกมาบ้างแล้วมากบ้างน้อยบ้าง แต่อย่างไรก็ดีในประเทศไทยของเราเองนั้น ก็ถือว่าได้มีการพัฒนาสนามแข่งรถมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เราไปดูกันดีกว่าว่าตัวอย่างสนามแข่งรถประเทศเรามีสนามแข่งอะไรกันบ้าง

1. สนามแข่งรถพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต (พัทยา) เป็นสนามที่เรียกได้ว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากเป็นสนามที่ใช้สำหรับการแข่งขันรถแข่งในไทยแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากทางสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ “FIA” (International Automobile Federation) โดยสนามนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง เขตจังหวัดชลบุรี มีพื้นที่รวมกันทั้งสิ้น 164 ไร่ การเดินทางสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทยาไปเพียง 20 กิโลเมตร โดยชื่อของสนามแห่งนี้ตั้งเพื่อเป็นเกียรติให้แก่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ซึ่งพระองค์เคยเป็นถึงนักแข่งรถสูตรหนึ่งที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงระดับโลก

2. สนามแข่งรถนครชัยศรี มอเตอร์สปอร์ต คอมเพล็กซ์ หรือที่คนทั่วไปเรียกันสั้น ๆ ว่า สนามแข่งไทยแลนด์เซอร์กิตซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2532 นับรวมอายุจนถึงปัจจุบันก็ประมาณ 30 ปีมาแล้ว เป็นอีกหนึ่งสนามแข่งที่สามารถใช้เป็นสนามแข่งขันระดับนานาชาติได้ทั้งกีฬาแข่งขันประเภทรถยนต์ และรถมอเตอร์ไซค์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี เขตพื้นที่จังหวัดนครปฐม การเดินทางสามารถสัญจรได้อย่างสะดวกเนื่องจากจังหวัดนครปฐมตั้งอยู่ไม่ไกลจากรุงเทพเท่าไหร่นัก

3.สนามแข่งรถบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต (Buriram International Circuit : BRIC) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นสนามแข่งรถที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นสนามที่ได้รับการรอบรองจากทางสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ “FIA” (International Automobile Federation) ว่าเป็นสนามแข่งรถที่มีคุณภาพและคุณสมบัติครบถ้วนตามระดับมาตรฐานสากลโลก สามารถใช้เป็นสนามสำหรับการจัดการแข่งขันรถฟอร์มูลาวัน รถสูตรหนึ่ง รายการแข่งขันกีฬารถแข่งที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยสนามนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้รับการสนับสนุนริเริ่มพัฒนาจากนายเนวิน ชิดชอบ ที่ดำเนินการร่วมกับหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์  และถึงแม้ว่าสนามแข่งขันแห่งนี้จะใช้งบประมาณในการสร้างไปกว่า 2 พันล้านบาท แต่ด้วยศักยภาพของตัวสนามเอง เชื่อว่าการลงทุนในครั้งนี้คุ้มค่าไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน เนื่องจากที่แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นสนามสำหรับจัดการแข่งขันรถในระดับเวทีโลกมาแล้วหลายต่อหลายรายการ สามารถช่วยดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวแฟน ๆ รายการรถแข่ง ตลอดจนช่วยให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ให้สามารถเติบโตไปได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด และเชื่อเหลือเกินว่าในระยะยาวสนามแห่งนี้จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังสามารถรักษามาตรฐานของสนามไว้ได้เป็นอย่างดี

เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลสนามแข่งรถที่นำมาฝากท่านผู้อ่านทุกคน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคอกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่ได้อ่านจะไม่พลาดที่จะได้หาโอกาสเดินทางไปชมการแข่งขันต่าง ๆ ในสนามแข่งขันรถแข่งบ้านเรากันบ้าง เพราะนอกจากจะเป็นไปเพื่อความบันเทิงส่วนตัวแล้วยังเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้มีการเจริญเติบโตเพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย

2 นักแข่ง MotoGP ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความสามารถโดดเด่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่ารายการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ MotoGP นั้นเป็นสุดยอดรายการแข่งขันที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากผู้ชมและนักพนันทั่วทุกมุมโลก และด้วยผลการตอบรับที่ดีมากนี้เองที่ทำให้รายการนี้ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องกันมาแล้วอย่างยาวนานกว่า 80 ปี และเมื่อไม่นานมานี้หลังจากที่ประเทศไทยมีสนามแข่งรถที่ได้มาตรฐานระดับสากลอย่างสนามแข่งรถบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต (Buriram International Circuit : BRIC) ที่ได้รับการรับรองจากทางสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ว่าเป็นสนามแข่งรถที่มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับโลก และสนามแข่งรถไทยเราก็ได้ถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันของรายการ MotoGP นี้ด้วย ดังนั้นเพื่อการชมและเชียร์อย่างสนุกสนานเพิ่มมากขึ้น วันนี้เรามี 2 นักแข่ง MotoGP ที่เชื่อแน่ว่าหากได้เห็นฝีไม้ลายมือในการแข่งรถของพวกเขาแล้วจะต้องยอมรับกับความสามารถที่โดดเด่นของพวกเขากันอย่างแน่นอน และไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นข้อมูลที่คุณจะต้องเลือกเดิมพันข้างพวกเขา และรับทรัพย์กลับบ้านพร้อม ๆ กันทุกสนามแข่งก็ได้

เริ่มกันที่นักแข่งมาดนิ่งอย่าง ฆอเก้ ลอเรนโซ่ (Jorge Lorenzo) นักแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ชาวสเปน ผู้ซึ่งเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1984 และเริ่มเข้าร่วมการแข่งขันรายการแรกในปี ค.ศ.2002 โดยการใช้เครื่องยนต์ Spanish 125 cc. ในการแข่งขัน Grand Prix ด้วยวัยเพียง 15 ปีเท่านั้น จากนั้นการเดินทางในสายอาชีพนักแข่งขันมอเตอร์ไซค์ของเขาก็ได้เริ่มขึ้น ซึ่งผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็คือ การที่เขาสามารถครองแชมป์โลกได้ถึง 5 สมัย อันประกอบไปด้วย ปี ค.ศ.2006 รุ่น 250cc และ ปี ค.ศ.2007 รุ่น 250cc ในนาม Aprilia  ปี ค.ศ.2010 ค.ศ.2012 และ ค.ศ.2015 รายการ MotoGP ในนาม Yamaha

มาต่อกันที่ วาเลนตีโน รอสซี (Valentino Rossi) นักแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ชาวอิตาลี โดยเขาเกิดในปี ค.ศ. 1979 เป็นบุตรชายของอดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์อย่าง “กราเซียโน รอสซี” ซึ่งจุดเริ่มต้นในการเป็นนักแข่งของรอสซีก็มาจากการที่พ่อของเขาสอนเขาขับรถสองล้อตั้งแต่ที่เขามีอายุได้เพียง 3 ขวบนั่นเอง จากนั้นไม่นานเส้นทางการเป็นนักแข่งของเขาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างชัดเจน โดยเขาเริ่มจากการลงแข่งรถประเภทคาร์ท เปลี่ยนมาเป็นการแข่งขันรถประเภทมอเตอร์ไซค์ ซึ่งในทุก ๆ การแข่งขันไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก หรือว่าจะเป็นรุ่นใหญ่สุดอย่าง  MotoGP รอสซีก็ได้รับความสำเร็จอย่างสูงสุดในแต่ละรุ่นที่เขาได้ร่วมเข้าแข่งขัน จนท้ายที่สุดเขาก็สามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จในปี ค.ศ.2012 และด้วยความสามารถของเขาเองทำให้ความสำเร็จของเขาก็ไม่หยุดอยู่แต่เพียงการครองแชมป์โลกแค่สมัยเดียวเท่านั้น แต่เขาสามารถครองแชมป์โลก World Grand Prix ได้ถึง 9 สมัยอีกด้วย และเพราะว่าความสามารถอันโดดเด่นของเขานี้เองที่ทำให้เขาได้ฉายา
“เดอะด๊อกเตอร์” มาครอบครอง

เชื่อเหลือเกินว่าเรื่องราวความสำเร็จของ 2 นักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความสามารถโดดเด่นอย่างลอเรนโซ่และรอสซี จะสามารถเป็นแรงบันดาลใจ และแรงผลักดันให้กับหลาย ๆ คนที่มีความฝันอยากที่จะเป็นนักแข่งในรายการระดับโลกอย่าง MotoGP ในซักวันหนึ่งไม่มากก็น้อย ขอให้เชื่อเถอะว่าทุกอย่างถ้าเรามีความพยายามอย่างมากเพียงพอ อะไรก็สามารถเป็นไปได้ทั้งนั้น

3 สนามแข่งรถระดับโลกที่ว่าเจ๋งนั้นมีที่ไหนกันบ้างไปดู

ขึ้นชื่อว่าการแข่งขันรถแข่ง แน่นอนว่านอกจากรถและคนขับขี่แล้ว สิ่งที่จะขาดไปเสียไม่ได้ก็คือ “สนามแข่ง” ซึ่งเป็นส่วนประกอบและปัจจัยที่สำคัญในการแข่งขันเป็นอย่างมาก เนื่องจากรูปแบบสนาม ตลอดจนสภาพสนามทั้งในเรื่องของการออกแบบพื้นผิวถนน การออกแบบในเรื่องของระยะทางการวิ่งทั้งทางตรง ทางโค้ง ล้วนก็มีผลต่อการบังคับควบคุมทิศทางของรถแข่งด้วยกันทั้งสิ้น อาจพูดได้ว่าหากสมรรถนะของรถไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไร ความชำนาญและประสบการณ์ของทีมวิศวกรและช่างเทคนิคที่ดูและรถไม่ได้หนีกันเท่าไหร่ ตลอดจนฝีมือในการขับขี่ของผู้เข้าแข่งขันค่อนข้างใกล้เคียงกันแล้วล่ะก็ สิ่งที่จะสามารถช่วยตัดสินได้ว่าใครจะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะในท้ายที่สุด อาจจะวัดจากความคุ้นเคยและความชำนาญของนักแข่งกับสนามแข่งรถแต่ละสนามก็เป็นได้

เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าสุดยอดสนามแข่งขันรถระดับโลกที่ได้รับการยอมรับมาแล้วว่าเจ๋งจริง ๆ  3 สนามนั้นมีที่ใดกันบ้าง

1.สนามแข่งซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต ตัวสนามตั้งอยู่ในเขตของพื้นที่ทหารอากาศของประเทศอังกฤษ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1947 และแน่นอนว่าผ่านการรับรองจากสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศอย่าง FIA ในระดับเกรด 1 สนามแข่งขันแห่งนี้มีโค้งทั้งสิ้น 18 โค้ง และมีความยาวสนามสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 3.667 ไมล์ หรือประมาณ 5.901 กิโลเมตร ด้วยดีไซน์ต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบทำให้มีหลาย ๆ สนามแข่งขันอื่นนำเอาไปเป็นต้นแบบในการสร้างสนามแข่งของตนเอง โดยที่สนามแห่งนี้ถูกนำไปใช้จัดการแข่งขันรถแข่งระดับโลกมากมายหลายรายการ และในปี ค.ศ.1948 ณ สนามแข่งขันนี้เองที่พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช นักแข่งผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย สามารถขับเข้าเส้นชัยได้ในลำดับที่ 5 จากจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด

2.สนามแข่งเนือร์บวร์กริง 24 ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของเมืองเนือร์บวร์ค ใกล้ ๆ กับอุทยานแห่งชาติไอเฟิล ซึ่งเป็นพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี สนามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1927 และเช่นเดียวกันกับสนามแข่งซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศอย่าง FIA ในระดับเกรด 1 สนามแข่งแห่งนี้จัดเป็นหนึ่งในสนามสุดหินที่ว่ากันว่าตัวถนนทั้งแคบและมีโค้งอันตราย ๆ มากมายนับไม่ถ้วน ประกอบกับระยะทางความยาวของสนามที่ประมาณ 16.123 ไมล์ หรือประมาณ 25.947 กิโลเมตรนั้น คงไม่ต้องบอกว่าความยาวระดับนี้กับโค้งถนนทั้งสิ้น 170 จะทั้งยาก ทั้งท้าทายและอันตรายต่อผู้เข้าแข่งขันมากเพียงใด

3.สนามแข่งเซอร์กิต เดอ ลา ซาร์ธ สนามแข่งขันกีฬารถแข่งที่ตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1923 ผ่านการรับรองจาก FIA ในระดับเกรด 2 มีความยาวสนามอยู่ที่ 8.469 ไมล์ หรือประมาณ 13.626 กิโลเมตร จัดเป็นสนามแข่งขันที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีทั้งหมด 38 โค้ง เป็นสนามที่ถูกใช้ในการจัดการแข่งขันรถแข่งหลายรายการ เช่น เลอ มังส์ 24 ชม. ส่วนความพิเศษของสนามแข่งแห่งนี้ คือ นักแข่งสามารถที่จะเหยียบคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็วไปในระดับสูงสุดได้ถึง 205 ไมล์/ชั่วโมง เรียกได้ว่าเป็นความเร็วที่ถ้าหากตัวรถและผู้ขับขี่ไม่ได้รับการดูแลในเรื่องของระบบความปลอดภัยมาเป็นอย่างดีมากเพียงพอ เมื่อเกิดเหตุผิดพลาดนิดเดียว อาจหมายถึงอันตรายถึงชีวิตของนักแข่งเลยก็ว่าได้ และสาเหตุที่ว่าทำไมสนามแห่งนี้ได้รับการรับรองจาก FIA ในระดับเกรด 2 เท่านั้น ก็เนื่องมาจากว่าสนามแห่งนี้ไม่ใช่สนามปิดนั่นเอง เป็นแต่เพียงถนนที่ใช้สัญจรในละแวกเมืองในสภาวะปกติที่ไม่มีการแข่งขันนั่นเอง

แฟน ๆ กีฬาแข่งรถก็สามารถร่วมลงประลองกันแข่งขันได้ง่าย ๆ ผ่านคาสิโนออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่ง่ายและไวที่สุด ที่จะทำให้คุณได้ร่วมแข่ง ร่วมอินไปกับนักแข่งตลอดการแข่งขัน เข้าร่วมได้ง่าย ๆ ผ่านการสมัครสมาชิกในไม่กี่ขั้นตอน เดิมพันได้ด้วยเงินหลักสิบหลักร้อย พร้อมโปรโมชั่นดี ๆ กิจกรรมโดน ๆ ที่มีให้ตลอดฤดูกาลแข่งขัน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับสุดยอดสนามแข่งระดับโลก ซึ่งหากใครเป็นแฟนกีฬาประเภทนี้อย่างจริงจัง เชื่อว่าต้องเคยผ่านหูผ่านตากับชื่อของสนามแข่งขันดังกล่าวที่นำมาแนะนำกันอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีขอให้เพื่อน ๆ นักอ่านดูกีฬาที่ตนเองรักและชื่นชอบกันให้สนุกต่อไป ส่วนหากมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เกี่ยวกับการกีฬารถแข่งที่พอจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน ก็คงจะได้นำมาเล่ามาบอกให้ฟังกันต่อไปเป็นลำดับ

มารู้จักกับ 2 ดารานักร้องชายไทยที่ชื่นชอบความเร็วของกีฬารถแข่ง

กีฬาถือเป็นความชื่นชอบส่วนบุคคลอย่างหนึ่ง ที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเป็นคนที่ชอบเล่นกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ บางคนเฉย ๆ ก็มี และอีกประการที่สำคัญคือกีฬามีหลายชนิดมาก ขึ้นอยู่กับความสามารถ และความถนัดความชอบของแต่ละบุคคล ซึ่งกีฬาแข่งรถก็เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่มีผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อาจจะด้วยเสน่ห์ต่าง ๆ ของกีฬาชนิดนี้ซึ่งมีไม่เหมือนกีฬาประเภทอื่น ทั้งความสนุก ความท้าทาย ความน่าตื่นเต้น การได้รู้จักการพยายามเอาชนะขีดจำกัดความสามารถของตัวเอง เอาชนะความกลัวของจิตใจ รวมถึงยังสามารถเลือกเดิมพันได้อย่างหลากหลาย มีรายการแข่งขันระดับเมเจอร์ชื่อดังที่ต้องใช้ระยะเวลาการแข่งยาวนานเป็นหลายเดือน ทุกรายการแข่งสามารถเลือกวางเดิมพันได้ผ่านเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา

อีกทั้งกีฬาแข่งรถยังถือว่าเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาขณะที่กำลังซ้อม หรือขณะแข่งขัน นั่นหมายถึงอาจมีโอกาสเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ทุกขณะ แต่อย่างไรก็ตาม 2 หนุ่มซึ่งเป็นดารานักร้องชายชาวไทย เขาก็พร้อมที่จะเสี่ยงกับกีฬาประเภทนี้ เพื่อแลกมากับฝันที่เป็นจริงของพวกเขา ที่จะได้มีโอกาสเป็นนักแข่งรถ เราไปดูกันดีกว่าพวกเขาเหล่านั้นมีใครกันบ้าง

1. “พูดไม่ค่อยเก่ง แต่รักหมดใจ” เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนจะต้องรู้จักเพลงนี้ของวงร็อคชื่อดังอย่าง AB Normal กันอย่างแน่นอน และนักร้องชายไทยที่ชื่นชอบในการแข่งขันรถแข่งเป็นอย่างมาก ที่เรากำลังพูดถึงเขาอยู่นี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจาก “หนุ่ม กวาง AB Normal” หรือ “ศิริศิลป์ โชติวิจิตร” นักร้องนำคนเก่งผู้มีน้ำเสียงทรงเสน่ห์กินใจแฟนเพลงนั่นเอง ซึ่งด้วยความหลงรักในการแข่งขันกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตนี้เองที่ชักนำให้เขาก้าวเข้ามาเป็นนักแข่งรถอย่างเต็มตัวดังเช่นในปัจจุบัน ซึ่งหากจะนับจากวันแรกจากการที่นักแสดงสาวชาวไทยนาตาลี เดวิส ซึ่งเป็นเพื่อนดาราสาวของเขาเองชักชวนให้มาลงแข่งร่วมกัน นี่ก็เป็นเวลากว่าเกือบ 6 ปีแล้วที่เขาได้มีโอกาสเข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการการแข่งขันรถแข่งนี้ โดยเขายังมีดีกรีเป็นถึงนักแข่งของทีม Toyota Racing Star Team อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นทั้งนักแข่งเป็นทั้งพรีเซนเตอร์ช่วยโปรโมทการแข่งขันไปในตัวกันเลยทีเดียว

2. พีท ทองเจือ ก็เป็นอีกหนึ่งนักแสดงชายไทยที่หลงใหลกีฬาแข่งรถเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่จะไม่พูดถึงไม่ได้โดยเด็ดขาด และนอกจากเขาจะเป็นนักแข่งมืออาชีพเองแล้ว เขาก็ยังผันตัวเองมาเป็นผู้จัดรายการแข่งรถที่มีชื่อว่า Nazz Cosmis Race Party 2019 อีกด้วย โดยหลักใหญ่ใจความของการจัดรายการนี้ขึ้นมา ก็เพื่อเป็นการร่วมด้วยช่วยส่งเสริมวงการรถแข่งของไทยให้พัฒนาไปไกลขึ้น และเพื่อเป็นอีกหนึ่งรายการที่ใช้ในการเฟ้นหานักแข่งรุ่นใหม่ ๆ เข้าสู่วงการความเร็วต่อไปด้วยนั่นเอง

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นนักแสดงชายหรือนักแสดงหญิง หรือกระทั่งเราท่านซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาทั่ว ๆ ไป หากมีความชื่นชอบในกีฬารถแข่ง ชื่นชอบความเร็วแล้วล่ะก็ แม้จะยังไม่ได้มีโอกาสลงสนามแข่งขันด้วยตนเอง แต่การได้ร่วมชื่นชมและเชียร์กีฬาอย่างสร้างสรรค์ เท่านี้ก็นับเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่จะสามารถช่วยให้วงการกีฬารถแข่งบ้านเราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงแน่นอน

มอเตอร์สปอร์ตกับประวัติที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ถ้าได้ยินคำว่า “มอเตอร์สปอร์ต” หลายคนก็คงจะนึกถึงกีฬาที่ต้องอาศัยความเร็วในการช่วงชิงความเป็นหนึ่ง เพื่อที่จะเอาชนะกันในเกมการแข่งขันกีฬา ดังเช่นกีฬาแข่งรถอย่างแน่นอน แต่ก็คงเป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกันสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้คลุกคลีหรืออยู่กับแวดวงของกีฬาประเภทนี้มาก่อน ก็อาจจะยังไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับจุดเริ่มต้น หรือประวัติความเป็นมาของกีฬาประเภทนี้กันซักเท่าไรนัก วันนี้เราจะพาผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จักกับที่มาที่ไปของกีฬากลุ่มประเภทมอเตอร์สอปร์ตกันให้มากขึ้น ดังนี้

อันดับแรกผู้อ่านหลาย ๆ ท่าน อาจจะยังเข้าใจผิดกันอยู่ในเรื่องที่ว่ามอเตอร์สปอร์ตนั้นเป็นเกมการแข่งขันกีฬารถแข่งเฉพาะประเภทรถยนต์เท่านั้น ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย มอเตอร์สปอร์ตเป็นการรวบรวมเอาการแข่งขันของยานพาหนะที่ใช้เครื่องกลยานยนต์เป็นส่วนประกอบในการขับเคลื่อนแทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ เครื่องบิน หรือแม้แต่เรือยนต์เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งสำหรับใครที่ยังไม่ทราบต้องบอกเลยว่าจุดเริ่มต้นของกีฬารถแข่งนั้น ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ในช่วงราว ๆ ปี ค.ศ.1886 เนื่องจากได้มีการประดิษฐ์คิดค้นรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันเบนซินคันแรกของโลกที่มีชื่อว่า “รถเบ็นทซ์พาเท็นท์-โมทอร์วาเกิน (Benz Patent Motorwagen)” ขึ้นมาจนสำเร็จ โดยผู้ที่คิดค้นก็คือ “คาร์ล ฟรีดริช เบ็นทซ์” ซึ่งเป็นวิศวกรชายชาวเยอรมันคนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็ได้มีการจัดการแข่งขันประลองความเร็วเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จากบริเวณสะพานเนลลี่ ไปจนถึงบออิส เดอ บัวล็อก ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งผู้จัดการแข่งขันในครั้งนั้นขึ้นมาก็คือบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ปารีสในขณะนั้น ส่วนผู้ชนะคนแรกของรายการแข่งขันนั้น ก็คือ นักแข่งจากบริษัทเดอ ดราก้อน บอตัน ที่มีชื่อว่า “จอร์จ บอตัน” นั่นเอง

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าการแข่งขันรายการดังกล่าวจะไม่ได้ถือว่าเป็นรายการแข่งขันรถแข่งที่เต็มรูปแบบมากนักเมื่อเทียบกันกับรายการแข่งขันรถแข่งในปัจจุบัน แต่ก็ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่และค่อนข้างประสบความสำเร็จพอสมควร เห็นได้จากผลการตอบรับจากสาธารณชน ซึ่งต้องบอกเลยว่าการแข่งขันในครั้งนั้นสามารถเรียกความสนใจจากผู้คนจากทั่วทุกสารทิศได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และนับเป็นก้าวแรกของการจัดการแข่งขันประเภทการประลองความเร็ว ที่ซึ่งต่อมานับวันการแข่งขันรถแข่งนั้นก็จะยิ่งได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ

จากการเดิมพันของนักแข่งสู่การเดิมพันของแฟน ๆ ซึ่งมีคอกีฬาความเร็วหลายคนมากที่นิยมชมเกมไปพร้อม ๆ กับการเดิมพัน โดยพวกเขาให้เหตุผลว่ามันช่วยเพิ่มความเร้าใจได้อีกเป็นเท่าตัว เพราะกีฬาประเภทนี้มักจะใช้เวลาต่อการแข่งขันที่ค่อนข้างนาน และหลาย ๆ ครั้งไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าการนั่งดูรถแล่นไป ดังนั้นการวางเดิมพันในหลาย ๆ รูปแบบระหว่างการแข่งขัน จะช่วยเพิ่มอรรถรสได้เยอะทีเดียว

อย่างไรก็ดีจะเห็นได้ว่ากว่าจะมาเป็นเกมกีฬาการแข่งขันรถแข่งที่ทั้งน่าสนุกและน่าตื่นเต้นอย่างในทุกวันนี้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญของวิศวกรผู้พัฒนาและความก้าวหน้าในเรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นสำคัญ เพราะหัวใจของกีฬาประเภทนี้ก็คือความเร็ว การจะทำให้รถที่ใช้แข่งทั้งเร็วและแรงมากพอที่จะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทั้งต้นทุนและความทุ่มเท ความรู้ความสามารถของทุก ๆ ฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังหลงใหลในกีฬาประเภทการประลองความเร็วนี้อยู่แล้วล่ะก็ รับรองว่านอกจากความสนุกสนานที่คุณจะได้รับแล้ว ความรู้ในเรื่องของเครื่องยนต์ก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณจะได้รับด้วยเช่นกัน ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งความรู้ที่คุณจะสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน